Sponsored Ads

วันอังคารที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2560

ทำงานจังหวัดตราด แวะเที่ยวด้วยเลย #3 (จบ) By THEP P' CHUT

ทำงานก็เที่ยวได้สไตล์  THEP P' CHUT


"หาดทรายดำ สถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนหย่อนใจ ที่น่าไปของจังหวัดตราด"

                       หลังจากที่ได้ดูภาพรวมของหาดทรายดำ ในโพสต์ที่แล้วไปแล้ว และยังติดค้างเรื่องคลิปวีดีโอที่ถ่ายไว้ก่อนหน้าซึ่งยังไม่ได้ตัดต่อ วันนี้ผมจะนำคลิปที่ถ่ายไว้ระหว่างการเที่ยวที่หาดทรายดำมาตัดต่อและอัพโหลดลง YOUTUBE ให้ได้ดูกันบ้างครับ  ขออภัยที่ภาพสั่นไปหน่อย และผู้ดำเนินรายการพูดเสียงค่อยไปหน่อย และที่หนักไปกว่านี้ หน้าตาไม่น่าเป็นพิธีกรได้ครับ 555+ จิกตัวเองใหญ่เลย แต่ยังไงก็ตาม จะพยายามพัฒนาตัวเองให้ดีขี้นนะครับ ขอให้การเริ่มต้นนี้ของผมได้สร้างความสุขหรือทำให้เกิดประโยชน์กับทุกท่านให้มากที่สุดนะครับ ยังไงก็ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและชมกันนะครับ 
ว่าแล้วก็มาดูคลิปกันได้เลยครับ 








สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านใช้ชีวิตอย่างมีความสุขครับ

" THEP P' CHUT "

วันจันทร์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2560

ทำงานจังหวัดตราด แวะเที่ยวด้วยเลย #2 By THEP P' CHUT

ทำงานก็เที่ยวได้สไตล์ "THEP P' CHUT"


วันนี้วันที่ 6 มีนาคม 2560  ( เที่ยวหาดทรายดำ )

               ต่อจาก #1 ครับ หลังจากชิมบรรยากาศที่แหลมงอบพออิ่มอกอิ่มใจแล้ว สุดท้ายก็ไม่ได้กินอะไรครับ รู้สึกยังไม่หิว เลยออกรถกลับมาที่ที่เราเลยมา นั่นคือ หาดทรายดำ เป้าหมายของผมตอนแรกนั่นเอง ใช้เวลาประมาณ 3 นาทีขับรถจากแหลมงอบ จะมีป้ายด้านซ้ายมือ เขียนว่า หาดทรายดำ 300 เมตร ซึ่งป้ายนี้ทำเราเลยมา จากนี้ต้องสังเกตุดีๆครับ จะเป็นซุ้มทางเข้า ซึ่งผมไม่มีโอกาสได้ถ่ายมาให้ดูเพราะขับรถไปคนเดียวนั่นเองครับ อย่างไรก็ตาม ขับเข้าไปในซอยเล็กๆ จากการคาดการณ์ของผม น่าจะถึง 1 กิโลโดยประมาณครับ ก็จะมีลานจอดด้านหน้าทางเข้า จากนั้นทำการจอดรถและลงมาจากรถ เก็บภาพซะหน่อยครับ


 ก่อนถึงทางเข้า มีจุดให้ถ่ายรูปครับ 



ซุ้มทางเดินเข้าครับ



แผนผังหาดทรายดำ



ปรายจากฟ้าสู่ป่าเลน "สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ"



และ แผนที่ท่องเที่ยวจังหวัดตราด


                  หลังจากที่ได้เห็นภาพด้านหน้าก่อนเข้าไปกันแล้วนะครับ จากนั้นก็เดินเข้าไป มีเจ้าหน้าที่หญิงต้อนรับ ถามว่ามาจากไหนคะ มากันกี่คน ด้วยความซื่อของเรา เลยตอบไปว่า "ผมมาคนเดียวครับ พอดีมาทำงานแถวนี้ เลยแวะมาเที่ยวครับผม " เจ้าหน้าที่ยิ้ม แล้วบอกต่อว่า เชิญเดินเข้าไปได้เลยคะ ประมาณ 500 เมตร จะถึงชายหาดคะ กลับมาค่อยมากรอกข้อเสนอแนะ คำติชมนะคะ 
                  ต่อจากนั้นผมก็มุ่งหน้าเดินเข้าไปต่อเลยครับ เจอป้ายแรกข้างในก็ถ่ายมาฝากทุกท่านเลยครับ 



ป้ายอธิบายเกี่ยวกับ " ปูแสม "



เอ๊ะ ! สังเกตุจากไกลๆ นั่นหอยอะไร



ไหนลองดูใกล้ๆ ซิ



โอ้โห้ ตรงนั่นหอยเต็มเลยครับ เยอะมากๆ ปล. หอยนี้ มีหลายชื่อจำได้ชื่อเดียวครับ  
"  หอยขี้กา "



พอเดินไปสักพัก ประมาณ 30 เมตรก็เจอป้าย อดถ่ายภาพไม่ได้จริงๆ แชะๆ




ป้ายอธิบายประโยชน์ของพืชสมุนไพรที่พบในป่าชายเลนนั่นเอง




ไหนๆ มีอะไรบ้าง หันหลังแล้วจะอ่านรู้เรื่องไหมเนี่ย




ทางเดินล้อมรอบด้วยต้นไม้ ร่มรื่นจริงๆ




เส้นทางอีกยาวไกล งั้นผมขอถ่ายรูปก่อนละกันครับ อิอิ


                ในช่วงระหว่างการเดินทางอากาศจะอบอ้าวนิดหนึ่งเพราะลมผ่านเข้ามาน้อยหน่อย และบวกกับอากาศร้อนจากภายนอกด้วย แต่ก็ถือว่าไม่ร้อนมากเท่าไหร่ครับ รับบรรยากาศธรรมชาติเชิงนิเวศระกัน ไม่รู้เรียกถูกหรือเปล่าหน้อ ?  ระหว่างนั้นผมก็ได้ถ่ายวีดีโอครับ ลืมถ่ายภาพไปเลย จนไปถึงชายหาด ส่วนวีดีโอนั้นเดียวแนบให้ดูทีหลังนะครับ เอารูปไปก่อนเน๊าะ เพราะยังไม่ได้ตัดต่อเลย 555 มาชมภาพบรรยากาศบริเวรชายหาดกันดีกว่าครับ


ถึงริมชายหาดแล้วครับ บรรยากาศร่มรื่นดีครับ น่านั่งพักมากๆ




ป้ายกลมกลืนกับต้นไม้มาก Black Sand Beach



บริเวรหาดทายดำตลอดทาง จะมีป้ายติดบอกชื่อพันธุ์ไม้ต่างๆของที่นี่ครับ



จ๊ะเอ๋ !!! เจอเปลไม้ไผ่แล้ว น่านั่งพักมากมาย




ไหนๆๆ ลองนั่งหน่อยครับ




สบายจริงๆ น่านอนพักสักครึ่งวัน



มาเที่ยวที่นี่ รักษาความสะอาดกันด้วยนะครับ




ถ่ายมุมเสยบ้างนะ




ป้ายนิทรรศการริมชายหาด




ริมชายหาดจะเห็นเป็นทรายสีดำ




คนมาเที่ยวพักผ่อนกันเรื่อยๆ ครับ




หน้ามืดไปอีกครับ โฟกัสที่ริมหาดและทะเลละกันครับ




ป้ายอธิบายเกี่ยวกับหาดทรายดำ




ขอมีเอี่ยวอีกละกันครับ อย่าว่ากันนะ




ทรายที่ถูกคลื่นซัดมาตอนที่น้ำขึ้น พอน้ำลดก็เหลือแค่ทรายที่สีโดดเด่นอยู่บนทางเดิน




ชื่นชมสีของทรายที่หาดทรายดำกันให้ชัดๆครับ




มุมมองจากชายหาด ไปที่จุดชมวิว




มุมนี้เด็กน้อยกำลังเล่นชิงช้าริมหาดครับ คิดถึงสมัยเด็กเลย





เมื่อคลื่นซัดน้ำเข้าฝั่งกระทบกับหาดทราย เป็นรูปคลื่นเล็กๆ สลับสีสันกันสวยดีครับ



ขอถ่ายคู่กับจุดชมวิวริมหาดทรายดำครับ




ไม้เรียงต่อกันเป็นทางเดิน และเชือกผูกไคว้กับท่อนไม้ไผ่เป็นระเบียง




ทางเดินไปจุดชมวิว




 ระเบียงเชือกและท้องทะเล




 สุดลูกหูลูกตาจริงๆ



มองมาจากจุดชมวิวจะเห็นชายหาดและระเบียงทางเดินรอบหาดครับ





 ริมหาดประกอบไปด้วยพรรณไม้นาๆ และท้องทะเลสีน้ำตาล สวยงามไปอีกแบบครับ




อีกฝั่งหนึ่งของหาดทรายดำครับ




ก่อนเดินกลับ เก็บภาพซะหน่อย ยิ้มๆ



ขอโทษด้วยนะครับ นายแบบหน้าตาไม่ค่อยดี อิอิ อยากถ่ายๆ




รากไม้โกงกางหรือเปล่าครับ เรียงรายสวยดี




พื้นดินชายเลนมีรากไม้นาๆ และสัตว์น้อยใหญ่ ที่เราไม่ทันสังเกตุ





ทางเดินกลับอีกฝั่งหนึ่ง แต่ผมมไม่ได้เดินกลับทางนี้ ถ่ายมาให้ดูครับ อิอิ



เดินมาถึงทางออก เจอจุดถ่ายภาพอีกจุดหนึ่ง


๑ เดียวในสยาม โพกัสที่ฉากนะครับ นายแบบหน้าโทรมมาก

                  สรุป  โดยรวมของหาดทรายดำครับ ถือว่าที่นี่น่ามาพักผ่อนมากๆ ดูเงียบสงบดีครับ ไม่แน่ใจว่าเพราะเป็นวันธรรมดาด้วยหรือเปล่าครับ น่ามาเป็นครอบครัว หรือพาลูกมาหาความรู้ครับ หรือคุณครูจะพานักเรียนมาทัศนศึกษาก็น่าจะได้ความรู้กลับไปพอสมควรครับ แถมยังได้พักผ่อนด้วยครับ  พอดีเวลามีจำกัดเลยได้เก็บภาพมาพอสังเขปครับ  ทั้งนี้ผมได้ถ่ายวีดีโอไว้ด้วย ยังไงถ้าตัดต่อเสร็จแล้วเดี๋ยวเอามาลงให้ทุกๆท่านได้ชมกันนะครับผม 


สุดท้ายนี้ขอให้ทุกท่านใช้ชีวิตให้มีความสุขทุกวินาทีครับ

" THEP P' CHUT "

ทำงานที่จังหวัดตราด แวะเที่ยวด้วยเลย #1 By THEP P' CHUT

ทำงานก็เที่ยวได้ สไตล์  "THEP P' CHUT"

วันนี้วันที่ 6 มีนาคม 2560 (เที่ยวแหลมงอบ)

             วันนี้ตื่นเช้า ประมาณตีสาม อาบน้ำแต่งตัวจัดกระเป๋า พร้อมออกเดินทางตอนตีสี่ เดินทางจากคลองห้า คลองหลวง ปทุมธานี ถึงจังหวัดตราดประมาณเก้าโมงเช้า เข้า อบจ.ตราด ปรากฏว่า รถสิบล้อเกี่ยวสายไฟ ทำให้เสาไฟใน อบจ.หัก ไฟดับกันเลยที่เดียว ลูกค้าจึงขอเลื่อนงานเป็นช่วงบ่าย ผมจึงต้องออกมาหาอะไรทานรอ
             พอดีออกมาจาก อบจ.ตราด ได้ไม่กี่ร้อยเมตร เหลือบเห็นป้าย #หาดทรายดำ ระยะทางประมาณ 20 กม. เอ๊ะๆๆ!!! ไหนๆ ก็ไปหาอะไรทานแล้ว ถ้างั้นขอแวะไปชมบรรยากาศแถวๆหาดทรายดำด้วยเลยดีกว่า ต่อจากนั้นก็จอดรถ ยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดแผนที่ ค้นหา @หาดทรายดำ ทันที ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25 นาที เห็นป้ายทางเข้าแล้ว ปรากฏว่า เลยทางเข้าครับผม ทำไงดีครับ ? ในใจคิดว่าไหนๆก็เลยแล้ว เหลือบไปเห็นป้ายแหลมงอบพอดีครับผม งั้นไปแหลมงอบก่อนดีกว่าครับ ค่อยย้อนกลับมา ใช้เวลาขับรถต่อประมาณ 3 นาทีก็ถึงแหลมงอบครับ มาดูภาพบรรยากาศแหลมงอบกันครับ 

 ขอถ่ายกับท้องทะเลและท่าเทียบเรือเล็กซะหน่อย

ท่าเทียบเรือเล็กมองไปท่าเทียบเรือใหญ่



ท่าเทียบเรือเล็กอีกมุม



ท่าเทียบเรือใหญ่ดูไกลเหมือนกันนะ


              แหลมงอบ จากที่เห็นคือเป็นท่าเทียบเรือนั่นเองครับ มีเรือรับส่งผู้โดยสาร ไปเกาะหมาก เกาะช้าง เกาะกูด ฯลฯ มีจุดชมวิว จุดถ่ายภาพ พอประมาณ และที่โดเด่นคือประภาคารหน้าทางเข้าท่าเทียบเรือ 

ประภาคารมุมใกล้



จากรูปจะเห็นว่าประภาคารตั้งอยู่ระว่างกลางท่าเทียบเรือ ซึ่งจะคล้ายๆวงเวียน




จุดถ่ายภาพอีกจุด




ป้ายและทะเล




 ขอถ่ายกับป้ายมั่ง หน้าหมองไปนิดอย่าว่ากันนะ กลัวเค้าว่ามายังไม่ถึง





 ป้ายอีกมุมหนึ่ง




ถ่ายจากด้านหลังป้ายครับ

มาดูประวัติแหลมงอบโดยคร่าวๆครับ

ประวัติความเป็นมา

          มีตำนานเล่าว่ามีชาวบ้านคนหนึ่งประกอบอาชีพประมงตามชายฝั่งอยู่ที่เกาะช้าง ต่อมาเกิดพายุพัดทำให้สิ่งของเครื่องใช้ของเขาได้รับความเสียหาย มีงอบใบหนึ่งลอยน้ำไปติดอยู่ที่แหลมแห่งหนึ่งที่ชายฝั่ง ปัจจุบันชาวบ้านเรียกแหลมแห่งนี้ว่า”แหลมงอบ” และได้สร้างกระโจมไฟไว้ตรงตำแหน่งที่งอบลอยมาติด

ท้ายสุดมีวีดีโอมาฝากด้วยครับ ผิดถูกยังไงขออภัยด้วยนะครับ




สุดท้ายนี้ขอให้ทุกคนใช้ชีวิตทุกวินาทีอย่างตั้งใจนะครับ

 "THEP P' CHUT"